Integrative Cancer Treatments News

AT VERITA LIFE, OUR FULL-SPECTRUM MEDICAL SERVICE RELIES ON THE LATEST IN ALTERNATIVE CARE TO TREAT PATIENTS IN A SAFE AND COMFORTABLE ENVIRONMENT

วัคซีนชนิดใหม่เป็นความหวังในการรักษาโรคมะเร็งในอนาคต

โรคมะเร็งเป็นภัยร้ายสำหรับมนุษยชาติมานานหลายพันปี มีการบันทึกเรื่องผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมรายแรกตั้งแต่ 1,500 ปีก่อนคริสตศักราช อีกทั้งมีการค้นพบว่ามัมมี่สมัยอียิปต์โบราณมีลักษณะชัดเจนของโรคมะเร็งกระดูก ปัจจุบันโรคมะเร็งยังคงเป็นโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตมนุษย์ทั่วโลกมากเป็นอันดับสองรองจากโรคหลอดเลือดหัวใจ องค์การอนามัยโลกรายงานว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่มากถึงประมาณ 14 ล้านคน (สถิติปี 2012) และมีสถิติการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งมากถึง 8.8 ล้านคนในปี 2015


การรักษาโรคมะเร็งแบบการแพทย์แผนปัจจุบัน

การรักษาโรคมะเร็งแบบการแพทย์แผนปัจจุบันแบ่งได้เป็น 3 วิธี ได้แก่ การใช้ยาเคมีบำบัด รังสีรักษา และการผ่าตัด โดยอาจใช้เพียงวิธีการเดียวหรือหลายวิธีร่วมกันก็ได้ วิธีการรักษาที่รุนแรงเหล่านี้มักทำให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเนื่องจากต้องทุกข์ทรมานจากสารพิษที่ใช้ในการรักษา (สำหรับวิธีใช้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา) ส่วนการรักษาด้วยการผ่าตัดเนื้องอกก็ทำให้ผู้ป่วยต้องเผชิญกับความเจ็บปวดและใช้เวลากว่าจะหายดี นอกจากนี้ผู้ป่วยยังอาจกลับมาเป็นโรคมะเร็งได้อีกแม้จะผ่าตัดเนื้องอกออกไปแล้วก็ตาม

การรักษาโรคมะเร็งแบบแพทย์แผนปัจจุบันยังเป็นการรักษาผู้ป่วยแต่ละคนด้วยวิธีการที่เหมือน ๆ กัน โดยไม่คำนึงถึงว่าผู้ป่วยแต่ละคนมีลักษณะของโรคมะเร็งที่แตกต่างจากคนอื่น ๆ จึงต้องการวิธีการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้สามารถทำการรักษาตามลักษณะเฉพาะตัวของโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยแต่ละคน การบำบัดรักษาด้วยวิธีการแบบองค์รวมจึงได้รับการออกแบบตามความต้องการเฉพาะบุคคลของผู้ป่วยแต่ละคนซึ่งย่อมแตกต่างจากผู้ป่วยคนอื่น ๆ ความก้าวหน้าทางการแพทย์ทำให้แพทย์เรียนรู้ที่จะรักษาโรคมะเร็งโดยพิจารณาจากลักษณะอาการของผู้ป่วย แม้ร่างกายของคนเรามีแนวโน้มว่าจะเจ็บป่วยได้

รักษาโรคมะเร็งด้วยการทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร

การทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหารตายอาจเป็นวิธีใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งซึ่งเป็นหนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของมนุษยชาติมาเป็นเวลาอันยาวนาน

เซลล์ที่เติบโตผิดปกติ เรียกว่า มะเร็ง (ซึ่งมีมากกว่า 100 ชนิด) ซึ่งเป็นภัยร้ายของมนุษย์มานานนับพันปี บันทึกที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับโรคมะเร็งมีมาตั้งแต่ยุคก่อนคริสตศักราชที่ประเทศอียิปต์ แต่จริง ๆ แล้วโรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดขึ้นมานานยิ่งกว่านั้น เมื่อปี 2015 องค์การอนามัยโลกได้ตีพิมพ์สถิติจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งจำนวน 8.8 ล้านคน และมีผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่ถึง 14 ล้านคนในแต่ละปี องค์การอนามัยโลกยังระบุว่าจำนวนผู้ป่วยโรคมะเร็งรายใหม่คาดว่าจะสูงขึ้นถึงร้อยละ 70 ในอีก 2 ทศวรรษข้างหน้า และการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งโดยตรงมีมากถึง 1 ใน 6 ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลก

สถิติที่น่ากังวลนี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามคิดค้นวิธีรักษาและต่อสู้กับโรคมะเร็งที่ช่วยให้ผู้ป่วย ‘ทุกข์ทรมานน้อยกว่า’ ความโหดร้ายของโรคมะเร็งถูกวิทยาศาสตร์แก้แค้นด้วยวิธีการที่โหดร้ายพอ ๆ กัน ดังที่ศาสตราจารย์เจฟฟ์ โฮลสท์ จากสถาบันเซนเทนารี ได้กล่าวไว้ว่าการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการที่รุนแรงอย่างการใช้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา

การรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ยาสมุนไพรและยาจากพืช

ข้อเท็จจริงที่ใคร ๆ ก็ยอมรับก็คือ อาหารมีคุณสมบัติในการรักษาและเยียวยาความเจ็บป่วย การรักษาโรคเป็นการฟื้นฟูสุขภาพ (เพื่อให้อาการต่าง ๆ ของโรคหายไปและรักษาโรคที่เป็นอยู่) ส่วนการเยียวยาเป็นการฟื้นฟูสุขภาพโดยรวม (ทำให้มีสุขภาพโดยรวมแตกต่างจากเดิมเหมือนเป็นคนใหม่) ซึ่งทำให้สุขภาพกลับมาดียิ่งกว่าตอนที่ยังไม่เป็นโรค

อาหารมีความสำคัญต่อการรักษาโรคมะเร็ง

เราทุกคนทราบดีว่าอาหารที่อุดมด้วยผักผลไม้ทำให้มีสุขภาพดี การเยียวยาสุขภาพหลังการรักษาขึ้นอยู่กับการรับประทานอาหารให้ถูกหลักโภชนาการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารจากพืช แพทย์แผนโบราณบางคนรักษาโรคด้วยแนวทางที่สุดโต่ง โดยใช้ยาสมุนไพรและยาจากพืช เท่านั้นในการรักษาโรค อย่างไรก็ตาม ยาสมัยใหม่เป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ในการรักษาโรค โดยยาเหล่านี้ได้รับการวิจัยและผ่านการทดสอบทางวิทยาศาสตร์โดยมีเกณฑ์มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ และการทดลองทางคลินิกต่าง ๆ ดังนั้นสิ่งที่รับประทานเพิ่มเติมจากยาที่สั่งในโรงพยาบาลจึงถือเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซึ่งไม่ควรใช้เป็นยาหลักในการรักษา แต่อาจใช้เสริมเพิ่มเติมจากยาที่ค้นคว้าวิจัยด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์

กลุ่มคนที่มีสุขภาพดีที่สุดในโลกรับประทานอาหารที่มาจากพืช และปลาบางชนิดที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 และวิตามินดีสูงมากเป็นอาหารหลัก คนเหล่านี้อาศัยอยู่ห่างจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักอย่างหนึ่งที่ทำให้มีสุขภาพดี และด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ คนที่รับประทานอาหารผ่านกระบวนการเป็นอาหารหลักจึงมักเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ

ความไม่รู้และการขาดแนวทางทางการแพทย์ที่เหมาะสมอาจทำให้คนเราตัดสินใจเลือกทำสิ่งที่ (เชื่อกันว่า) ไม่ดีต่อสุขภาพ

การสำรวจแสดงให้เห็นว่า โดยเฉลี่ยแล้ว ผู้ป่วยโรคมะเร็งร้อยละ 60 …

วิตามินซีช่วยรักษาโรคมะเร็งได้อย่างไร

วิตามินซีเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระตามแนวแพทย์แผนปัจจุบันที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดที่มนุษย์รู้จัก ประโยชน์ของวิตามินซีในด้านสุขภาพเป็นที่รู้จักมานานแล้ว โดยเฉพาะด้านการป้องกันและรักษาโรค

งานวิจัยแสดงว่าวิตามินซีมีความเป็นพิษที่จำเพาะต่อเซลล์มะเร็งเมื่อฉีดวิตามินซีปริมาณสูงเข้าสู่เส้นเลือดดำ และยังเป็นวิตามินที่มีประโยชน์มากต่อหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ

การศึกษาพบว่าวิตามินซีมีความเป็นพิษที่จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็งเมื่อฉีดเข้าเส้นเลือดดำ และสามารถหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ผลดีกว่ายาทั่วไป

สเต็มเซลล์ของเซลล์มะเร็งทำให้เกิดการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง สเต็มเซลล์เหล่านี้เป็นสาเหตุที่แท้จริงของการดื้อยาเคมีบำบัดซึ่งทำให้การรักษาโรคมะเร็งระยะก้าวหน้าประสบความล้มเหลว

วิตามินซีฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างไร

หากต้องการฆ่าเซลล์มะเร็งให้ได้ผลดี ต้องใช้วิตามินความเข้มข้นสูงมากในเลือด วิธีการเดียวที่จะทำให้ได้วิตามินซีความเข้มข้นสูงก็คือการฉีดเข้าหลอดเลือดดำ ส่วนวิตามินซีชนิดรับประทานหากนำส่งตัวยาโดยใช้ไลโปโซมก็จะทำให้ได้ผลดีเช่นเดียวกันโดยประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าและสะดวกสบายมากกว่า

การที่วิตามินซีสามารถเลือกฆ่าเซลล์มะเร็งได้ก็เพราะกลไกในการทำให้เกิดสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งช่วยฆ่าเซลล์มะเร็ง

การศึกษาใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ

ศูนย์โรคมะเร็งครบวงจรโฮลเดน มหาวิทยาลัยไอโอวา ได้ทำการศึกษาครั้งใหม่เกี่ยวกับกลไกที่ทำให้วิตามินซีความเข้มข้นสูงสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากวิตามินซีสามารถแตกตัวได้ง่าย และทำให้เกิดสารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ซึ่งจะไปทำลายเนื้อเยื่อและดีเอ็นเอ

การศึกษาครั้งนี้ยังพบด้วยว่า เซลล์เนื้องอกกำจัดส่วนประกอบของสารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ได้ไม่ดีเท่าเซลล์ปกติ ดังนั้นวิตามินซีความเข้มข้นสูงจึงไม่เป็นอันตรายต่อเซลล์ปกติ แต่สามารถทำลายเนื้อเยื่อของเนื้องอกได้ เมื่อฉีดวิตามินซีเข้าสู่กระแสเลือด สารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ปริมาณสูงจึงสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้

เหตุที่เนื้อเยื่อปกติไม่ถูกสารไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ปริมาณสูงทำลาย ก็เพราะเนื้อเยื่อปกติสามารถกำจัดสารนี้ได้อย่างมีประสิทธิผล จึงป้องกันไม่ให้สารนี้สะสมจนถึงระดับที่มีความเป็นพิษ

วิตามินซีช่วยกำจัดและฆ่าเซลล์ที่มีการกลายพันธุ์ และยังช่วยชะลอการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมาก เซลล์มะเร็งตับอ่อน เซลล์มะเร็งตับ และเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่

นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยลดอาการข้างเคียงจากโรคมะเร็งและการรักษาโรคมะเร็ง เช่น

การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็งเป็นมิติใหม่ในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง

นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลียแนะนำการตรวจเลือดแบบใหม่ที่เรียกว่า การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็ง (Liquid Biopsy) เทคนิคนี้ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องเจ็บตัวจากกระบวนการผ่าตัดเพื่อตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจตามแบบแพทย์แผนปัจจุบัน และยังช่วยประหยัดเวลาสำหรับขั้นตอนการคัดกรองโรคไปจนถึงการรักษา

การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็งคืออะไร

การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็งหมายถึง การเจาะเลือดเพื่อเก็บตัวอย่างเลือดสำหรับตรวจหาเซลล์มะเร็งหรือชิ้นส่วนของดีเอ็นเอที่เนื้องอกปล่อยออกมาในกระแสเลือด วิธีการนี้ช่วยให้ตรวจพบมะเร็งได้ทุกระยะ ช่วยติดตามการตอบสนองต่อการรักษา และช่วยอธิบายเรื่องการต้านการรักษา

การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็งไม่ได้เป็นเพียงการพยากรณ์โรคว่าผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตมากน้อยเพียงใด แต่ยังช่วยให้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงระดับโมเลกุลที่เกิดขึ้นในเนื้องอกได้อย่างถ่องแท้

คุณนาตาชา สตอร์กได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาระยะที่ 4 หลังจากที่คลอดบุตรได้เพียง 6 สัปดาห์ เธอทุกข์ทรมานกับอาการปวดท้องที่เกิดจากเนื้องอกบนเยื่อบุกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก กระดูกเชิงกราน และตับ

แพทย์จะต้องตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจซึ่งเป็นวิธีการทำให้เกิดความเจ็บปวด เพื่อวินิจฉัยว่าเธอเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมาประเภทใด แต่โชคดีที่เธอได้รับการการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็งแทน และได้รับผลการตรวจภายในเวลาน้อยกว่า 6 ชั่วโมง

ผลการตรวจพบว่าเธอมีการกลายพันธุ์ของยีน BRAF ซึ่งสามารถรักษาได้ และเธอได้เข้ารับการรักษาโดยทันที ปัจจุบันเธอหายขาดจากโรคมะเร็งแล้ว

คุณสตอร์คกล่าวว่า “”ฉันรู้สึกมีความสุขมากและตอนนี้ฉันเป็นแม่ที่ดูแลลูกเต็มเวลาได้แล้ว””

งานวิจัยเกี่ยวกับการเจาะเลือดเพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมผิดปกติที่บ่งชี้มะเร็ง

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารเวชศาสตร์ปริวรรต (Science

ในอนาคตโรคมะเร็งจะรักษาได้ด้วยอาร์เอ็นเอ แบคทีเรีย และไวรัส

ระหว่างการประชุมของสมาคมมะเร็งวิทยาทางการแพทย์แห่งสหภาพยุโรปซึ่งจัดขึ้นเมื่อปี 2016 ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยาได้กล่าวถึงการรักษาโรคมะเร็งโดยใช้ไวรัส แบคทีเรีย และอาร์เอ็นเอ ซึ่งกำลังทำการศึกษาอยู่

การใช้แบคทีเรียและไวรัสรักษาโรคมะเร็ง

โดยธรรมชาติแล้ว แบคทีเรียและไวรัสมีคุณสมบัติในการแบ่งตัว มีความจำเพาะเจาะจงต่อเนื้องอก และช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันให้ฆ่าเซลล์มะเร็ง ด็อกเตอร์เรย์มอน อลิเมนี จากสถาบันมะเร็งวิทยาแห่งคาตาลัน ได้กล่าวไว้ว่า คุณสมบัติเหล่านี้ทำให้แบคทีเรียและไวรัสสามารถใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งได้

เมื่อปี 1890 วิลเลียม โคลี่ได้นำแบคทีเรียสายพันธุ์สเตรปโตค็อกคัสมาใช้กับผู้ป่วยโรคมะเร็งจำนวน 10 คน การทดลองครั้งนี้มีผู้ป่วยที่การรักษาได้ผลดีจำนวน 1 คน และเมื่อ 40 ปีต่อมา ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูกและโรคมะเร็งเนื้อเยื่ออ่อนกว่า 1,000 คน มีอาการดีขึ้นมากหลังจากได้รับการฉีดสารพิษของโคลี่

การทดสอบที่ใช้ไวรัสที่มีความไวต่อโปรตีนอินเตอร์เฟอรอน (interferon-sensitive viruses) ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาในปัจจุบัน แท้จริงแล้วมีต้นกำเนิดมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1950 เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการศึกษาการดัดแปลงไวรัสและแบคทีเรียให้มีความรุนแรงน้อยลงและสามารถเลือกเจาะจงเซลล์เนื้องอกได้ การดัดแปลงนี้ทำให้ไวรัสและแบคทีเรียมีคุณสมบัติในการเลือกโจมตี

ผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งจากแร่ใยหินมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้รายงานว่า ผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดมีจำนวนเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ โรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดเป็นโรคมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับแร่ใยหินซึ่งจะก่อตัวเป็นเนื้อเยื่อปกคลุมปอด ช่องท้อง หรือหัวใจ

มีรายงานข่าวว่าปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เกือบ 3,000 คน แม้ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่จะมีอายุมากกว่า 85 ปี แต่กลุ่มคนที่อายุน้อยก็เป็นโรคนี้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

การเสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอด

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริการายงานว่า ช่วงเวลา 16 ปีนับตั้งแต่ปี 1999-2015 มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเยื่อหุ้มปอดจำนวน 16,914 คน อยู่ในช่วงอายุ 75-84 ปี และจำนวน 682 คน อยู่ในช่วงอายุ 25-44 ปี

เนื่องจากมีคำสั่งห้ามใช้แร่ใยหินตั้งแต่เมื่อ 40 ปีที่แล้ว นักวิจัยจึงไม่สามารถอธิบายได้ว่าเหตุใดผู้ที่มีอายุน้อยกว่า 35 ปีจึงเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่อาจเกิดจากแร่ใยหิน

สถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริการายงานว่า การสัมผัสแร่ใยหินมีความเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งชนิดอื่น

โรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็งถึง 11 ชนิด

“โรคอ้วนเป็นภัยร้ายของระบบสาธารณสุขที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วง 40 ปีที่ผ่านมา มีคนเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นกว่า 2 เท่า โรคอ้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคมะเร็งบางชนิด

โรคมะเร็งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลกในปัจจุบัน แพทย์ได้เตือนให้ระวังภาวะน้ำหนักเกิน ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดโรคมะเร็ง


โรคอ้วนกับความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง

คนจำนวนมากไม่ทราบว่าภาวะเนื้อเยื่อไขมันมากทำให้เสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็ง และการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพเป็นสิ่งจำเป็น หน่วยงานที่ให้บริการดูแลสุขภาพปฐมภูมิสามารถช่วยป้องกันภาวะน้ำหนักตัวเกินในผู้ใหญ่ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็ง

การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์แห่งสหราชอาณาจักรแสดงหลักฐานชัดเจนที่สนับสนุนว่าโรคอ้วนมีความเกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งถึง 11 ชนิด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็งทางเดินอาหาร (ได้แก่ โรคมะเร็งตับอ่อน โรคมะเร็งไต โรคมะเร็งทางเดินน้ำดี โรคมะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรคมะเร็งไขกระดูก และโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร) และโรคมะเร็งเกี่ยวกับฮอร์โมนในผู้หญิง (ได้แก่ โรคมะเร็งรังไข่ โรคมะเร็งเต้านม และโรคมะเร็งเยื่อบุมดลูก)

การศึกษาในครั้งนี้เป็นการทบทวนเปรียบเทียบการศึกษาวิเคราะห์ที่ใช้ข้อมูลจากการศึกษาหลายอย่างรวมกัน และการทบทวนเอกสารอย่างเป็นระบบ จำนวน

การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวม

การศึกษาเกี่ยวกับโรคมะเร็งเรียกว่า มะเร็งวิทยา โรคมะเร็งเกิดจากเซลล์ในร่างกายเกิดความผิดปกติและแบ่งตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ร่างกายควบคุมไม่ได้ โรคมะเร็งไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นใหม่ แม้จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากวิถีชีวิตแบบสมัยใหม่ (เช่น การสัมผัสสารเคมี การรับประทานอาหารไม่ถูกหลักโภชนาการ วิถีชีวิตที่ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว การสูบหรี่ การดื่มเหล้า ฯลฯ) วิธีการแบบดั้งเดิมที่ใช้รักษาและจัดการกับโรคมะเร็งเป็นวิธีการที่ค่อนข้างทันสมัยและแบ่งเป็น 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การผ่าตัด การใช้ยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ซึ่งมักให้ผลการรักษาไม่ดีนัก ดังที่เรามักจะได้ยินกันอยู่บ่อย ๆ ว่า “การรักษามะเร็งเลวร้ายกว่าการเป็นโรคมะเร็งเสียอีก” การรักษาวิธีดั้งเดิมทั้ง 3 วิธีมีลักษณะการรักษาที่รุนแรงและทำให้ร่างกายของคนไข้อ่อนแอและมีอาการแทรกซ้อนได้ง่าย ส่วนการรักษาโรคมะเร็งแบบองค์รวมเริ่มเป็นที่ยอมรับในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเน้นการดูแลสุขภาพและการจัดการกับโรคโดยรวมe.

การรักษาโรคมะเร็งแบบองค์รวมไม่ได้เป็นเพียงแค่การกำจัดเนื้องอก ฉายรังสีปริมาณมากเข้าสู่ร่างกาย เพื่อให้ผลการรักษาจะออกมาดีที่สุด

การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวม และการรักษาแบบดั้งเดิม

การรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบดั้งเดิมมีข้อด้อยที่สำคัญคือ เป็นการรักษาคนไข้โรคมะเร็งชนิดเดียวกันด้วยวิธีการที่เหมือน …

สัญญาณของโรคมะเร็ง

โรคไม่ติดต่อเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตทั่วโลกเป็นจำนวนมากถึง 2 ใน 3 โดยมีโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคปอดเรื้อรัง รวม 4 โรคด้วยกันที่ทำให้คนจำนวนมากต้องเสียชีวิต คุณจึงควรรู้จักสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งและรีบปรึกษาแพทย์ให้เร็วที่สุดหากคุณมีอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคนี้ โรคมะเร็งส่วนใหญ่จะพัฒนาไปมากแล้วกว่าจะแสดงอาการ อย่างไรก็ตามหากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที ก็อาจจัดการหรือกำจัดโรคมะเร็งได้
โรคมะเร็งหลายชนิดแสดงอาการได้หลากหลายรูปแบบ ไม่มีใครที่ไม่สามารถป่วยเป็นมะเร็งได้ และคนเรามีโอกาสได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งได้มากขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น คนส่วนใหญ่เป็นโรคมะเร็งเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป จึงควรระมัดระวังเป็นพิเศษเนื่องจากร่างกายมีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้จากกระบวนการความแก่ชรา หากร่างกายของคุณและหน้าที่การทำงานของร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงผิดปกติที่รักษาไม่หาย ควรรีบปรึกษาแพทย์โดยทันที

สัญญาณเตือนของโรค

การที่ร่างกายมีก้อนเนื้อหรืออาการบวมอาจไม่ใช่สัญญาณอันตรายเสมอไป แต่เพื่อความปลอดภัยก็ควรจะให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญตรวจวินิจฉัยอาการดังกล่าว
อาการถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระเป็นเลือด เป็นสิ่งที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด
คนเรามักใช้ยาแก้ปวดเมื่อมีอาการเจ็บปวดที่หาสาเหตุไม่ได้ แต่อาการเจ็บปวดเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของร่างกายว่าเกิดมะเร็งขึ้นแล้ว ยาไอบูโพรเฟน แอสไพริน และยาแก้ปวดอื่น ๆ ช่วยให้หายปวดได้ แต่หากอาการเจ็บปวดไม่หายภายในสองวัน ควรหยุดรับประทานยาทันที และรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน …

โรคมะเร็งระยะที่ 4 – สิ่งที่คุณควรรู้

โรคมะเร็งเกิดจากเซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายมนุษย์แบ่งตัวแบบควบคุมการเจริญเติบโตไม่ได้ โรคมะเร็งแตกต่างจากโรคอื่น ๆ ตรงที่โรคนี้จะเกิดขึ้นและพัฒนาอาการอย่างเงียบ ๆ ในร่างกายมนุษย์ ทำให้คนไข้ไม่ทราบว่าตนเองมีเซลล์มะเร็งจนกว่าอาการของโรคจะดำเนินไปมากแล้ว การตรวจคัดกรองโรคและตรวจสุขภาพอย่างละเอียดอาจช่วยให้ตรวจพบมะเร็งได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
กระบวนการ “แบ่งความรุนแรงของโรคมะเร็ง” แบ่งตามการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง ณ เวลาที่วินิจฉัยโรค ความรู้เรื่องนี้ช่วยให้แพทย์สามารถตัดสินใจได้ว่าวิธีการรักษาแบบใดจึงจะดีที่สุด และยังช่วยให้คนไข้ทราบว่าตนเองอยู่ในระยะโรคใด จึงสามารถพิจารณาทางเลือกในการรักษาได้อย่างเหมาะสม

การแบ่งความรุนแรงของโรคมะเร็ง

โดยทั่วไปแล้วโรคมะเร็งแบ่งได้เป็น 5 ระยะ ตั้งแต่ระยะที่ 0 ไปจนถึงระยะที่ 4 ตามความรุนแรงของโรค โรคมะเร็งระยะที่ 0 หมายความว่ามะเร็ง “เกิดขึ้นแล้ว” แต่ยังจำกัดอยู่ในบริเวณที่เป็นแหล่งกำเนิดในอวัยวะนั้น ๆ จึงเป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดที่จะจัดการกับโรคมะเร็ง และคนไข้มักจะตอบสนองต่อการรักษาได้ดี โรคมะเร็งระยะที่ 1 (อาจเรียกว่าระยะเริ่มต้น) หมายความว่ามะเร็งยังไม่ได้เติบโตหยั่งรากลงไปยังเนื้อเยื่อใกล้เคียง และยังไม่ได้แพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย …

โรคมะเร็งคืออะไร

มะเร็ง! คำคำนี้เพียงแค่ได้ยินก็ทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกหวาดกลัวแล้ว เพราะฟังแล้วนึกถึงภาพเซลล์และเนื้อร้ายที่ไม่มีใครต้องการกำลังแบ่งตัวโดยไม่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตได้ คนมักจะกลัวโรคมะเร็งพอ ๆ กับที่กลัวโรคเอดส์ และคนจำนวนมากยังเข้าใจผิดว่าโรคมะเร็งเป็นโรคใหม่ที่เป็นผลจากวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่สะดวกสบายเกินไป อันที่จริงแม้ความเป็นอยู่แบบสมัยใหม่ที่แสนจะสะดวกสบายอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้มากขึ้น แต่จริง ๆ แล้วโรคนี้มีมานานแล้วตั้งแต่ยุคโบราณ

คำว่ามะเร็ง (Cancer) เริ่มใช้ครั้งแรกโดยแพทย์ชาวกรีกชื่อฮิปโปเครติส (ปี 460-370 ก่อนคริสตศักราช) ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งการแพทย์ โดยเรียกเนื้องอกที่มีแผลว่า carcinoma และเรียกเนื้องอกที่ไม่มีแผล่วา carcino อย่างไรก็ตาม การอธิบายโรคที่นับว่าเก่าแก่ที่สุดเท่าที่ทราบกันก็คือเมื่อปี 2650 ก่อนคริสตศักราชในสมัยอียิปต์โบราณ ส่วนมะเร็งวิทยา (Oncology) เป็นการแพทย์สาขาที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน วินิจฉัย และรักษาโรคมะเร็ง เพิ่งมีการจัดตั้งขึ้นในภายหลัง และนับว่าเป็นการแพทย์สาขาที่โดดเด่นสาขาหนึ่งในปัจจุบัน

คำว่ามะเร็งใช้หมายถึงการที่เซลล์ที่ผิดปกติในร่างกายเจริญเติบโตจนควบคุมไม่ได้ เซลล์ใหม่เหล่านี้อาจก่อตัวเป็นก้อนเนื้อเยื่อที่เรียกว่า เนื้องอก โรคมะเร็งบางชนิด (เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว) จะไม่มีการก่อตัวเป็นเนื้อเยื่อ …

We are ready to help. Send us an enquiry

CONTACT US
Verita Life Bangkok Travel Advisory
Read More