Integrative Cancer Treatments News

AT VERITA LIFE, OUR FULL-SPECTRUM MEDICAL SERVICE RELIES ON THE LATEST IN ALTERNATIVE CARE TO TREAT PATIENTS IN A SAFE AND COMFORTABLE ENVIRONMENT

อาการของโรคมะเร็งรังไข่: สิ่งที่คุณควรรู้

รังไข่เป็นอวัยวะสำคัญของระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง รังไข่อยู่ในช่องท้องส่วนล่าง และที่มดลูกทั้งสองข้าง มีหน้าที่หลักในการในการสืบพันธุ์ โดยผลิตไข่ และผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจนซึ่งเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่สำคัญ อาการของโรคมะเร็งรังไข่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอาการของความเจ็บป่วยอื่น ๆ หรือเป็นการทำงานปกติของอวัยวะภายใน ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงส่วนใหญ่อาจมีซีสต์ในรังไข่ซึ่งเป็นถุงน้ำที่มีของเหลวอยู่ภายในและส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บปวด หรือแม้มีอาการปวดก็ไม่ได้เป็นมะเร็ง ผู้หญิงส่วนใหญ่มักรู้สึกไม่สบายตัวในช่วงที่ตกไข่ (หากไม่มีอาการเจ็บปวด) แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็จะสามารถทนกับความเจ็บปวดได้ และบอกได้ว่าเป็นอาการของอะไร

สาเหตุอื่นของความเจ็บปวดในรังไข่อาจได้แก่ การตั้งครรค์นอกมดลูก (คือไข่ที่ได้รับการปฏิสนธินอกมดลูก) ซึ่งเป็นภาวะที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา อาการเจ็บปวดในรังไข่ยังอาจเกิดจากฝี โรครังไข่อักเสบ หรือภาวะอักเสบในอุ้งเชิงกราน โรคติดเชื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส รา หรือโปรโตซัว หากมีอาการเจ็บปวดที่ไม่ได้เกิดจากการบาดเจ็บและไม่สามารถหายได้เอง ควรไปปรึกษาแพทย์ เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้ถูกต้อง และหากเป็นโรคจริงก็จะได้เริ่มการรักษา


อาการของโรค

โรคมะเร็งรังไข่อาจมีอาการอาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ และท้องอืดอย่างต่อเนื่อง หากรอบเอวหนาขึ้นด้วยก็เป็นสัญญาณที่ควรระวัง อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกี่ยวข้องรังไข่หรือมะเร็งเลยก็ได้ จึงควรตรวจคัดกรองโรคแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันและรักษาโรค…

ทำความเข้าใจกับโรคมะเร็งรังไข่ อาการและตัวเลือกการรักษา

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ เป็นหนึ่งในคลินิกไม่กี่แห่งในโลกที่รักษามะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวม โดยใช้ศาสตร์หลายแขนงร่วมกัน และเป็นคลินิกเพียงแห่งเดียวที่ใช้วิธีการรักษาแบบครบวงจรจากสหรัฐอเมริกาและยุโรป คลินิกเวอริต้า ไลฟ์มุ่งรักษาสุขภาพร่างกายโดยรวม เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งด้วยวิธีการต่าง ๆ ช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูพลังในการรักษาตัวเอง และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ช่วยให้คนไข้มีทางเลือกในการรักษาที่ดีกว่า ปลอดภัยกว่า และได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้ว

• เพื่อรักษามะเร็งให้หาย
• เพื่อลดผลข้างเคียงเรื้อรังให้เหลือน้อยที่สุด
• เพื่อฟื้นฟูและรักษาระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
• เพื่อช่วยให้อวัยวะในร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและรักษาระดับการทำงานของอวัยวะ
• เพื่อให้หายจากอาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
• เพื่อให้คนไข้สามารถดำรงชีวิตโดยปราศจากโรคมะเร็ง


เข้าใจโรคมะเร็งรังไข่

ผู้ป่วยมะเร็งรังไข่มีจำนวนประมาณร้อยละ 3 ของผู้ป่วยมะเร็งที่เป็นผู้หญิง อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งชนิดนี้กลับมีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ป่วยมะเร็งชนิดอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ของผู้หญิง โดยผู้ป่วยมะเร็งรังไข่เสียชีวิตมากเป็นอันดับที่ 5 …

อาการของโรคมะเร็งตับอ่อน และสิ่งที่คุณควรรู้

ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่มีลักษณะเป็นต่อมอยู่ในช่องท้อง ทำหน้าที่หลั่งน้ำย่อยเข้าไปสู่ลำไส้เล็ก และผลิตฮอร์โมนอินซูลินซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด มะเร็งตับอ่อนเป็นโรคที่ไม่ค่อยแสดงอาการ และกว่าอาการจะปรากฏก็เป็นระยะที่โรคพัฒนาไปมากแล้ว

เนื้องอกของต่อมขับออก (exocrine) เป็นมะเร็งตับอ่อนชนิดที่พบได้มากที่สุด (ต่อมขับออกหมายถึงเซลล์ที่ผลิตเอนไซม์สำหรับช่วยย่อยอาหาร) อาการแสดงของเนื้องอกชนิดนี้ ได้แก่ อาการผิวและตาเหลือง (ดีซ่าน) อาการปวดท้องที่กระจายมาที่บริเวณหลัง และภาวะน้ำหนักลด โรคนี้มักแสดงอาการไม่ชัดเจน จึงควรรีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่เริ่มมีอาการ นอกจากนี้โรคมะเร็งตับอ่อนยังทำให้เกิดอาการที่คล้ายกับโรคชนิดอื่น ๆ จึงควรสังเกตอาการที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่มีหลายอาการร่วมกัน เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งตับอ่อน เช่น อาการอาหารไม่ย่อย มีลิ่มเลือด (โดยเฉพาะในหลอดเลือดดำส่วนลึกที่ขา หรือหลอดเลือดขนาดเล็กที่อื่น ๆ ในร่างกาย) อาการไข้ และความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ที่เกิดขึ้นกับลำไส้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดอาการคัน และคลื่นไส้เป็นพัก ๆ ได้อีกด้วย

ภาวะก่อนเกิดโรคเบาหวานอาจเป็นภาวะที่ทำให้เกิดโรคที่ตับอ่อนได้ หากป่วยเป็นเบาหวานแสดงว่าร่างกายของคุณไม่สามารถผลิตอินซูลินได้เพียงพอ ทำให้มีน้ำตาลส่วนเกินอยู่ในกระแสเลือดมากเกินไป …

สัญญาณและอาการของโรคมะเร็งตับอ่อน

โรคมะเร็งตับอ่อนมักไม่ค่อยแสดงอาการในระยะแรก ๆ ทำให้ตรวจพบได้ยาก แต่เมื่อมะเร็งโตขึ้น ก็จะเริ่มมีอาการให้เห็น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็งในตับอ่อน

โรคมะเร็งตับอ่อนอาจมีอาการและความรุนแรงของโรคแตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละคน อาการที่อาจเกิดขึ้นมีดังนี้

  • อาการปวดท้องและปวดหลัง
  • ภาวะน้ำหนักตัวลดโดยไม่มีสาเหตุ
  • อาการอาหารไม่ย่อย
  • เบื่ออาหาร
  • นิสัยการขับถ่ายอุจจาระเปลี่ยนแปลงไป
  • เพิ่งได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเบาหวาน
  • กลืนอาหารลำบาก
  • คลื่นไส้และอาเจียน

อาการของโรคมะเร็งตับอ่อนอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทำให้ยากจะที่ตรวจพบก่อนที่โรคจะลุกลามไปจนถึงระยะที่พัฒนาไปมากแล้ว
โรคมะเร็งตับอ่อนยังอาจเกี่ยวข้องกับการหดเกร็งของกล้ามเนื้อแขน และข้อมือ ซึ่งเป็นภาวะที่มีลิ่มเลือดเกิดขึ้นเองในหลอดเลือดใหญ่ หลอดเลือดดำที่อยู่ลึกของแขนและขา หรือหลอดเลือดดำชั้นผิว นอกจากนี้อาการซึมเศร้ายังเป็นอีกอาการหนึ่งที่มักเกิดขึ้นก่อนที่จะตรวจพบมะเร็ง
หากมะเร็งเกิดการแพร่กระจาย อาการที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมอาจเป็นอาการที่อวัยวะบริเวณที่มะเร็งแพร่ไปถึง ดังนั้นอาการจึงขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มะเร็งแพร่กระจายไป
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งตับอ่อน การรักษาอาจขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของโรคมะเร็งที่คุณเป็น และระยะของโรคมะเร็ง ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลได้แก่ อายุ สุขภาพโดยรวม และความพึงพอใจส่วนบุคคลเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน
เป้าหมายแรกในการรักษาโรคมะเร็งคือการกำจัดเนื้องอกและเซลล์มะเร็งอื่น ๆ …

ทำความเข้าใจกับโรคมะเร็งตับอ่อน อาการและตัวเลือกการรักษา

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

การรักษามะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวมจะช่วยให้สามารถเจาะจงต่อสู้กับเนื้องอกได้โดยตรง การรักษาด้วยวิธีเช่นนี้สำคัญมากสำหรับมะเร็งตับอ่อนซึ่งเป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงมาก
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษามะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวมที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ โปรดติดต่อเรา


เข้าใจโรคมะเร็งตับอ่อน

มะเร็งตับอ่อนเป็นหนึ่งในมะเร็งชนิดที่ร้ายแรงที่สุด โดยเป็นมะเร็งที่มักไม่สามารถวินิจฉัยได้จนกว่ามะเร็งจะพัฒนาไปถึงระยะท้าย ๆ และการพยากรณ์โรคมักไม่แม่นยำแม้ในช่วงระยะแรก ๆ มะเร็งตับอ่อนจึงจัดว่าเป็นมะเร็งชนิดที่อันตรายที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง
มะเร็งตับอ่อนแบ่งได้เป็น มะเร็งของต่อมขับออก (exocrine) และมะเร็งของต่อมไร้ท่อ (endocrine) ซึ่งเป็นโรคร้ายเกี่ยวกับตับอ่อนที่หาได้ยากมาก
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็งขนิดนี้เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิต ปัจจัยทางพันธุกรรม/ชีวภาพ และปัจจัยภายนอก รวมถึงอายุ ความเสี่ยงทางพันธุกรรม การสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เบาหวาน ตับแข็ง การสัมผัสสารเคมีบางอย่าง แบคทีเรีย และไวรัสตับอักเสบชนิดบี

 

Verita Life - Contact a Specialist banner

 

อาการที่พบได้มากที่สุด

มะเร็งตับอ่อนมีความซับซ้อนและอันตรายเนื่องจากส่วนใหญ่จะไม่มีอาการแสดงใด ๆ เลยในช่วงระยะแรก ๆ ทำให้มักตรวจพบในช่วงที่โรคพัฒนาไปสู่ระยะท้าย ๆ แล้วดังนั้นการตรวจคัดกรองตั้งแต่ระยะแรกจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง…

การรักษาโรคมะเร็งด้วยการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง

ที่สหรัฐอเมริกามีสถิติผู้ที่เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องจากโรคที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งกว่า 1,600 คน ในขณะที่ทั่วโลกมีสถิติสูงมากถึงวันละ 20,000 คน แม้สถิติผู้เสียชีวิตจะมีจำนวนมากจนน่าตกใจ แต่จำนวนผู้เสียชีวิตอาจลดลงได้หากมีวิธีจัดการกับโรคมะเร็งอย่างมีประสิทธิผล

บทความนี้เป็นการบันทึกข้อมูลจากการศึกษาครั้งแรก ๆ เกี่ยวกับประสิทธิผลของการรักษาโรคมะเร็งระยะที่โรคพัฒนาไปมากแล้วด้วยวิธีหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง

โรคมะเร็งเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับมนุษย์เป็นระยะเวลาอันยาวนาน เมื่อ 40 ปีที่แล้วนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการศึกษาโรคมะเร็งในระดับโมเลกุล และเชื่อว่าโรคมะเร็งมีสาเหตุมาจากการกลายพันธุ์ของยีน ในช่วงนั้นการรักษาโรคมะเร็งจึงเน้นที่การรักษาในระดับยีน นับเป็นต้นกำเนิดของยุคที่การรักษาโรคมะเร็งเน้นการออกฤทธิ์จำเพาะเจาะจงต่อเซลล์มะเร็ง

แต่การรักษาวิธีดังกล่าวกลับไม่ได้ผลเท่าที่ควร และอัตราการเสียชีวิตก็ไม่ได้ลดลงตามที่คาดไว้ มีการทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อการศึกษาด้านมะเร็งวิทยา ในปี 2013 เพียงปีเดียวมีการใช้งบประมาณถึง 91,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนเมื่อปี 2014 ยาสำหรับรักษาโรคมะเร็งมีราคาไม่ต่ำกว่า 100,000 เหรียญสหรัฐ และในปี 2015 ยา 8 ชนิดได้รับการอนุมัติและแต่ละชนิดราคาสูงกว่า 120,000 เหรียญสหรัฐ ในจำนวนนี้ไม่มียาใดที่รักษามะเร็งได้ผลดี แต่ราคายาก็ไม่เคยลดลงเลย

การรักษาโรคมะเร็งแบบไม่มีผลข้างเคียงด้วยการใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ

การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ (Insulin Potentiated Therapy หรือ IPT) เป็นวิธีการรักษาโรคมะเร็งแบบการแพทย์ทางเลือกด้วยการใช้อินซูลินควบคู่ไปกับการใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำ บางครั้งอาจเรียกวิธีการนี้ว่า การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำ (low-dose chemotherapy) วิธีการนี้ปลอดภัยกว่าและรุนแรงน้อยกว่าสำหรับการรักษาโรคมะเร็งชนิดร้ายแรง เช่น โรคมะเร็งปอดและโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ตลอดจนโรคจากความเสื่อมเรื้อรังชนิดอื่น ๆ

การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำเป็นการใช้ยาเคมีบำบัดเพียงร้อยละ 10-25 ของปริมาณปกติเพื่อรักษาโรคมะเร็ง จึงแทบไม่ทำเกิดผลข้างเคียงใด ๆ ที่อาจเกิดจากการใช้ยาเคมีบำบัดตามแบบแพทย์แผนปัจจุบัน เช่น ตับถูกทำลาย มีอาการคลื่นไส้ ผมร่วง และท้องผูก เป็นต้น


ต้นกำเนิดของการใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ

การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำคิดค้นขึ้นโดยชาวเม็กซิโกชื่อ โดเนโต เปเรซ การ์เซีย เพื่อรักษาโรคซิฟิลิสเมื่อปี 1932 ต่อมาวิธีการนี้ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมโดยลูกชายและหลายชายของการ์เซีย ซึ่งนำวิธีการนี้ไปจดสิทธิบัตร และเมื่อปี 1940 มีรายงานว่าวิธีการนี้ใช้รักษาโรคซิฟิลิสระบบประสาทได้ผลดีถึงร้อยละ

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกช่วยรักษาโรคมะเร็ง

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกอาจให้ผลข้างเคียงเกี่ยวกับความเป็นพิษอยู่ 2 ประการ คือ การได้รับสารพิษจากยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษาแบบแพทย์แผนปัจจุบัน และการดื้อยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยบางราย แต่การรักษาวิธีนี้ก็แตกต่างจากการใช้ยาเคมีบำบัดแบบแพทย์แผนปัจจุบันทั้งในแง่ปริมาณยาที่ใช้และความถี่ในการรักษา ปกติแล้วการให้ยาเคมีบำบัดแบบแพทย์แผนปัจจุบันจะต้องให้ยาในปริมาณสูง แต่การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกจะใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณน้อย แต่ต่อเนื่อง และมีการหยุดเว้นระยะการรักษาอยู่เป็นระยะ ๆ โดยมุ่งทำลายเซลล์เยื่อบุผนังหลอดเลือดที่ส่งอาหารไปเลี้ยงเซลล์เนื้องอก การรักษาวิธีนี้ช่วยยับยั้งไม่ให้เซลล์เม็ดเลือดใหม่ส่งอาหารไปหล่อเลี้ยงเซลล์มะเร็ง (ทำให้เซลล์มะเร็งขาดอาหาร) การรักษาวิธีนี้อาจเป็นมิติใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งและอาจช่วยให้การรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดไม่น่ากลัวอย่างที่คิด


การรักษาโรคมะเร็งศีรษะและลำคอด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิก

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกอาจช่วยพลิกโฉมวิธีการรักษาโรคมะเร็ง โดยเฉพาะการรักษาโรคมะเร็งศีรษะและคอ ซึ่งเน้นการรักษาหู จมูก และลำคอ

อาการบวมหรือปวดที่ไม่หายภายใน 4 สัปดาห์มักเป็นสัญญาณเตือนแรกของโรคมะเร็งศีรษะและลำคอ หากมีก้อนที่คอ จมูก หรือในลำคออาจเป็นอาการแสดงของโรคนี้ ปื้นสีแดงหรือสีขาวในช่องปาก อาการปากมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ (แม้จะทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกสุขอนามัยแล้วก็ตาม) อาการคัดจมูก ปวดขากรรไกรและหู หายใจไม่สะดวก อาการชา หรืออาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับส่วนต่าง ๆ หรือเนื้อเยื่อของศีรษะและคอ อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งชนิดนี้ได้เช่นกัน

หากน้ำมูกมีลักษณะผิดปกติ

โรคมะเร็งรักษาได้ด้วยการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่

ความเป็นมาของการใช้ความร้อนรักษาโรค

การแพทย์ความร้อน (Thermal medicine) หมายถึงการใช้ความร้อนกับทั่วทั้งร่างกายหรือเนื้อเยื่อเฉพาะส่วนในช่วงก่อนการรักษาหรือใช้เป็นวิธีการหลักในการรักษาโรค มีการใช้ความร้อนรักษาโรคต่าง ๆ มาเป็นเวลาหลายร้อยปี วิธีการนี้เป็นที่นิยมมากในการปฐมพยาบาลอาการเจ็บป่วยมากมาย เช่น อาการเคล็ด ปวดกล้ามเนื้อ และแมลงกัดต่อย เป็นที่ทราบกันดีว่าความร้อนช่วยกระตุ้นตัวรับความรู้สึกที่ผิวหนัง การใช้ความร้อนอาจลดการส่งสัญญาณความปวดไปยังสมอง จึงช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้ส่วนหนึ่ง

พาร์เมนิเดสแห่งเมืองอีเลีย (นักปรัชญากรีกที่เกิดประมาณ 515 ปีก่อนคริสตศักราช ยุคก่อนโสเครติส) ได้กล่าวไว้ว่า ‘ขอพลังที่เสกให้คนเป็นไข้จงมีแก่ข้า แล้วจะไม่มีโรคใดที่ข้ารักษาไม่ได้’ เข้าใจว่าผู้ที่เป็นเจ้าของคำกล่าวนี้ก็คือ ฮิปโปเครติส ซึ่งเป็นบิดาแห่งการแพทย์ เกือบสองพันปีที่แล้ว รูฟอสแห่งเมืองยูเฟซุสได้กล่าวไว้ว่า ‘หากมีแพทย์ที่เก่งกาจจนสามารถทำให้คนเป็นไข้ได้ ก็ไม่จำเป็นต้องหาวิธีรักษาโรควิธีอื่น’

นอกจากที่อียิปต์และกรีซแล้ว แคโรไลน่า อินเดียนก็เป็นอีกดินแดนหนึ่งที่ใช้หลุมโคลนร้อนรักษาโรคอาการหนักหลายโรค ที่แอฟริกาเหนือมีไข้ที่เป็น ๆ หาย ๆ ซึ่งรักษาได้ด้วยการทำให้เหงื่อออกโดยใช้ทรายร้อนและการอาบน้ำร้อน ส่วนทางซีกโลกตะวันออก

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิก

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

การรักษาโรคมะเร็งที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์นำการรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกมาใช้ให้เกิดประสิทธิผลสูงสุด เราเน้นการดูแลระยะยาวเพื่อลดการเกิดเนื้องอกและกระตุ้นให้ร่างกายของมนุษย์สามารถต่อสู้กับโรคมะเร็งได้

เมื่อนำวิธีการรักษานี้มาใช้ร่วมกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันวิธีอื่น ๆ จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแข็งแรง และทำให้ยาเคมีบำบัดสามารถทำลายเนื้องอกอย่างช้า ๆ โดยปลอดภัยและแทบไม่มีผลข้างเคียง

ทีมแพทย์ของเราพร้อมที่จะให้ข้อมูลล่าสุดแก่คุณ เราทุ่มเทและกระตือรือร้นอย่างยิ่งที่จะช่วยผู้คนต่อสู้กับโรคมะเร็ง


การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำที่สุดแบบเมโทรโนมิกคืออะไร

วิธีการรักษามะเร็งที่ใช้กันอยู่แล้วในปัจจุบัน ได้แก่ การฉายรังสีและการใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณสูง เพื่อกำจัดเนื้องอกและเซลล์มะเร็ง ส่วนการรักษามะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวมเป็นการใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากควบคู่ไปกับการกระตุ้นภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย และการเพิ่มประสิทธิภาพภูมิคุ้มกัน

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกเป็นการทำลายมะเร็งโดยใช้หลายวิธีการร่วมกัน จึงมีผลทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเซลล์เนื้องอกและสิ่งแวดล้อมที่เซลล์เนื้องอกอาศัยอยู่

การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้ยาเคมีบำบัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับมะเร็งชนิดนั้น ๆ โดยใช้วิธีการที่แตกต่างออกไปจากปกติ โดยนำยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากมาใช้ทำลายเฉพาะหลอดหลอดที่ไปหล่อเลี้ยงเนื้องอก (เรียกว่า การใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดเลี้ยงเซลล์มะเร็ง) แต่ไม่ได้เป็นการทำลายตัวเนื้องอกโดยตรง

 

Verita Life - Contact a Specialist banner

 

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิก

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากแบบเมโทรโนมิกจะช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ตอบสนองต่อมะเร็งจากเซลล์เดนไดรติกที่อยู่รอบเนื้องอก และจะยิ่งมีประสิทธิผลมากขึ้นหากรักษาด้วยวิธีนี้ร่วมกับการรักษาด้วยเซลล์เดนไดรติก

ยาชนิดรับประทานจะอยู่ในรูปของยาเม็ดที่รับประทานได้สะดวก การรักษาด้วยวิธีนี้มีข้อได้เปรียบการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดตามแนวแพทย์แผนปัจจุบันตรงที่เซลล์ปกติและระบบภูมิคุ้มกันโดยรวมของคนไข้จะไม่ถูกทำลาย และยังไม่ทำให้เกิดการต้านยาเคมีบำบัดอีกด้วย

การใช้ยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมากช่วยป้องกันการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปสู่บริเวณรอบ ๆ และอวัยวะอื่น ๆ …

การใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดเลี้ยงเซลล์มะเร็ง

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์นำเทคโนโลยีล่าสุดมาใช้กับการรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การล้างพิษ การบำบัดรักษาเชิงสนับสนุน และวิธีการหลักในการรักษาโรคมะเร็ง เราภูมิใจนำเสนอแผนการรักษาที่ใส่ใจทุกรายละเอียดและเป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคล เพื่อตอบสนองความต้องการของคนไข้แต่ละคน

การใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดเลี้ยงเซลล์มะเร็งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การรักษาโรคมะเร็งที่ให้ผลการรักษาที่ดี และมีประโยชน์มากสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง การรักษาวิธีนี้จะยับยั้งการสร้างหลอดเลือดเลี้ยงเซลล์มะเร็ง ทำให้สามารถใช้วิธีการรักษาแบบอื่น ๆ เข้าไปทำลายเนื้องอกได้โดยตรง และสามารถติดตามการรักษาคนไข้อย่างใกล้ชิด

การรักษาวิธีนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง หากต้องการรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาด้วยการใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดเลี้ยงเซลล์มะเร็ง โปรดติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลคนไข้ของเรา เพื่อเราจะได้ช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ว่าการรักษาวิธีนี้จะสามารถช่วยคุณได้หรือไม่


การใช้ยายับยั้งการสร้างหลอดเลือดเลี้ยงเซลล์มะเร็งคืออะไร

เราจะอธิบายเรื่องวิธีการรักษานี้แบบง่าย ๆ โดยเริ่มจากการสร้างหลอดเลือดใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการสร้างเซลล์เม็ดเลือดใหม่ ประกอบด้วยการเคลื่อนย้าย การเจริญเติบโต และการเปลี่ยนสภาพของเซลล์บุผนังหลอดเลือด ซึ่งเรียงตัวอยู่ภายในผนังหลอดเลือด

การสร้างหลอดเลือดใหม่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็ง เนื้องอกจำเป็นต้องมีเลือดไปหล่อเลี้ยงเพื่อการเติบโตขนาดเป็นมิลลิเมตร เนื้องอกสามารถสร้างหลอดเลือดมาเลี้ยงได้โดยการส่งสัญญาณทางเคมีที่กระตุ้นการเกิดการสร้างหลอดเลือดใหม่

เนื้องอกยังสามารถทำให้เซลล์ปกติผลิตโมเลกุลที่จะส่งสัญญาณกระตุ้นการสร้างหลอดเลือดใหม่ได้อีกด้วย ผลก็คือจะเกิดหลอดเลือดใหม่ไปหล่อเลี้ยงเนื้องอกให้เติบโตด้วยออกซิเจนและสารอาหารต่าง ๆ ทำให้เซลล์มะเร็งรุกรากเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียงและเกิดเป็นเซลล์มะเร็งกลุ่มใหม่ ๆ ซึ่งเรียกว่า การแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

 

Verita Life - Contact a Specialist banner

 …

การหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ให้บริการรักษามะเร็งด้วยวิธีการต่าง ๆ มากมายหลายวิธี เช่น วิธีชีวบำบัดซึ่งออกแบบมาเพื่อต้านมะเร็งควบคู่ไปกับวิธีหลักในการรักษามะเร็ง เมื่อคุณได้รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพและทำให้ร่างกายแข็งแรง และรับการรักษาเชิงสนับสนุนที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ก็จะทำให้ร่างกายสามารถต้านการแพร่กระจายของมะเร็งได้

เรามียุทธศาสตร์การรักษาที่ได้รับพิสูจน์แล้วและโปรแกรมการรักษามะเร็งเฉพาะบุคคล เพื่อการรักษาที่ให้ประสิทธิผลดีและมีความปลอดภัยมาก และสามารถช่วยให้คนไข้มีอาการดีขึ้น


การหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งคืออะไร

การเผาผลาญพลังงานมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดมะเร็งและการรักษามะเร็ง การรักษาด้วยการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็งเป็นการผสมผสานระหว่างโภชนบำบัดสำหรับมะเร็ง เอนไซม์บำบัด การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และวิธีการอื่น ๆ เพื่อพยายามนำสารที่เป็นอันตรายออกจากร่างกาย และช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคดีขึ้น

วิธีการรักษาแบบอื่น ๆ ที่นำมาใช้ควบคู่กัน ได้แก่ การล้างพิษลำไส้ การใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบเกษตรอินทรีย์ และวิธีแบบการแบบแพทย์สนับสนุนเช่น การฝังเข็ม เป็นต้น เซลล์มะเร็งได้รับสารอาหารจากแหล่งพลังงานบางอย่าง ซึ่งจะไปเปลี่ยนแปลงกลไกการรับและใช้สารอาหาร เช่น น้ำตาลกลูโคส

การยับยั้งเอนไซม์สำคัญสำหรับกระบวนการเผาผลาญพลังงานในเซลล์มะเร็งอาจช่วยขัดขวางการผลิตพลังงานของเซลล์เนื้องอก โดยไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ปกติ

 

Verita Life - Contact a Specialist banner

 

เหตุใดจึงควรเลือกการรักษาด้วยการหยุดการสร้างพลังงานในเซลล์มะเร็ง

We are ready to help. Send us an enquiry

CONTACT US
Verita Life Bangkok Travel Advisory
Read More