Integrative Cancer Treatments News

AT VERITA LIFE, OUR FULL-SPECTRUM MEDICAL SERVICE RELIES ON THE LATEST IN ALTERNATIVE CARE TO TREAT PATIENTS IN A SAFE AND COMFORTABLE ENVIRONMENT

การรักษาด้วยวิธีชีวบำบัด

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์มีโปรแกรมการรักษามะเร็งตามแนวแพทย์ทางเลือกและธรรมชาติบำบัด โดยใช้การรักษาด้วยวิธีชีวบำบัดซึ่งออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับมะเร็งควบคู่ไปกับวิธีการหลักในการรักษามะเร็ง

เรามียุทธศาสตร์การรักษาที่ได้รับพิสูจน์แล้วและแผนการรักษามะเร็งแบบแพทย์ทางเลือกที่เป็นโปรแกรมเฉพาะบุคคล เพื่อการรักษาที่มีประสิทธิผลสูงและมีความปลอดภัยมาก ซึ่งจะช่วยให้คนไข้มีอาการดีขึ้น


การรักษาด้วยวิธีชีวบำบัด

การรักษาด้วยวิธีชีวบำบัดเป็นวิธีการสำคัญในการรักษามะเร็งแบบแพทย์ทางเลือก และจัดเป็นการรักษาเชิงสนับสนุนที่มีลักษณะเป็นการรักษาด้วยการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน โดยสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การรักษาด้วยวิธีชีวบำบัดมักใช้การฉีดยาเป็นหลัก แต่ก็อาจทำได้หลากหลายวิธีขึ้นกับวัตถุประสงค์ที่ใช้ในการรักษามะเร็ง วิธีการนี้จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองต่อเซลล์มะเร็งอย่างเฉพาะเจาะจงในแบบต่าง ๆ
Verita Life - Contact a Specialist banner

 

เหตุใดจึงควรเลือกการรักษาด้วยวิธีชีวบำบัด

การใช้วิตามินซีเป็นหนึ่งในการรักษาด้วยวิธีชีวบำบัดที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ ร่างกายจะนำวิตามินซีไปใช้ในกระบวนการต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับว่าวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายทางปากหรือโดยการฉีด วิตามินซีที่ได้รับจากการฉีดจะไปช่วยสร้างสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ซึ่งเป็นสารที่มีพิษต่อมะเร็ง เซลล์มะเร็งสามารถถูกทำลายได้มากโดยออกซิเจนที่มีสารประกอบที่ไวต่อการเกิดปฏิกิริยา

การฉีดวิตามินซีปริมาณสูงจะทำให้เกิดสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ปริมาณเข้มข้นมาก ซึ่งจะไปทำลายดีเอ็นเอและไมโตคอนเดรียของเซลล์มะเร็ง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์มะเร็ง จึงทำให้มะเร็งถูกทำลาย การฉีดวิตามินปริมาณสูงสามารถใช้ควบคู่กับการรักษามะเร็งวิธีอื่น ๆ เพื่อช่วยลดผลที่เกิดจากเซลล์มะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญ

การรักษาด้วยวิธีชีวบำบัดอีกวิธีหนึ่งก็คือการนำยาอาร์ทิซูเนท ซึ่งเป็นยาที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อการรักษาโรคมาลาเรีย มาใช้ในการรักษามะเร็ง เนื่องจากมีการค้นพบว่ายาอาร์ทิซูเนทสามารถต่อต้านเนื้องอกได้อย่างมีประสิทธิผล

ยาอาร์ทิซูเนทจะช่วยให้เซลล์มะเร็งเกิดกระบวนการตาย (apoptosis) โดยจะไปทำปฏิกิริยากับอนุภาคของธาตุเหล็กในไลโซโซมของเซลล์ อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นในช่วงการเกิดปฏิกิริยานี้จะทำลายไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญที่ทำหน้าที่ผลิตพลังงานให้กับเซลล์ …

การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์รักษาคนไข้จำนวนมากโดยใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ ซึ่งให้ผลการรักษาที่ดีเยี่ยม การรักษาด้วยวิธีนี้จะใช้ควบคู่กับวิธีการหลักในการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง

การรักษาด้วยวิธีนี้ให้ผลดีมาก และคนไข้ของเราได้กล่าวถึงการรักษานี้ไว้ในวิดีโอ ซึ่งอยู่ในหน้าคำชื่นชมจากคนไข้ การรักษาโรคมะเร็งที่ได้ผลดีเยี่ยมโดยแทบจะไม่มีผลข้างเคียงไม่ใช่เรื่องเหลือเชื่ออีกต่อไป และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ และเดี๋ยวนี้ ที่คลินิกของเรา


การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำคืออะไร

การใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำได้กลายเป็นวิธีการหลักในการดูแลคนไข้มะเร็ง และมีผลการวิจัยในเชิงบวกมากมายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้ยารักษามะเร็งแผนปัจจุบันสองชนิด ได้แก่ อินซูลินและยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำ

การรักษาวิธีนี้ใช้หลักความรู้ที่ว่าเนื้องอกต้องการน้ำตาล เพราะเซลล์เนื้องอกมีตัวรับอินซูลินมากกว่าเซลล์ปกติถึง 10-20 เท่า ทำให้เนื้องอกสามารถเติบโตได้รวดเร็วและสะสมพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเซลล์ปกติเป็นอย่างมาก
Verita Life - Contact a Specialist banner

 

เหตุใดจึงควรเลือกการใช้อินซูลินร่วมกับยาเคมีบำบัดแบบผลข้างเคียงต่ำ

การใช้อินซูลินจะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดอย่างปลอดภัย ทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง สารต่าง ๆ สามารถผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ได้มากขึ้น และตัวรับอินซูลินที่ฉีดเพิ่มเข้าไปจะช่วยให้เซลล์เนื้องอกไวต่อยาเคมีบำบัดมากขึ้น เมื่อฉีดยาเคมีบำบัดปริมาณต่ำมาก (10-15% ของปริมาณปกติ) เข้าไปในร่างกาย ก็จะสามารถฆ่าเซลล์มะเร็งที่อ่อนแอเหล่านี้ได้

ยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษาจะมีผลข้างเคียงต่อร่างกายน้อยที่สุด เนื่องจากเป็นการใช้ยาปริมาณต่ำ และร่างกายของผู้ป่วยจะสามารถทนทานต่อการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ดีมาก …

การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

การรักษาด้วยการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ให้ผลดีกับเนื้องอกชนิดปฐมภูมิ (ซึ่งเกิดขึ้นเองในอวัยวะนั้น ๆ) และเนื้องอกชนิดทุติยภูมิ (ซึ่งเกิดซ้ำหลังจากที่ได้รักษาไปแล้ว) จึงเป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่ ไม่ว่าอาการของโรคจะอยู่ในระยะใด และสภาพร่างกายโดยทั่วไปของผู้ป่วยจะเป็นอย่างไร

แม้การรักษาด้วยการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่จะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และให้ผลการรักษาที่ดีมาก แต่ก็ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งและแพทย์ประจำคลินิกเวอริต้า ไลฟ์มีประสบการณ์อันยาวนานในการรักษาโรคมะเร็งด้วยวิธีการแบบองค์รวม และประสบความสำเร็จในการรักษาด้วยการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่มานับครั้งไม่ถ้วน

ด้วยผลการรักษาที่ดีเยี่ยม และบริการอื่น ๆ ในการดูแลผู้ป่วยมะเร็ง จึงทำให้ทำให้คลินิกของเราที่กรุงเทพฯ เป็นสถานที่ที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการรักษาด้วยวิธีนี้ และเป็นศูนย์รวมบริการการรักษาโรคมะเร็งแบบการแพทย์สนับสนุนที่ปลอดภัย


การใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่คืออะไร

การรักษาด้วยการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่เป็นการใช้เทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อเจาะจงทำลายเนื้องอกโดยไม่ทำลายเซลล์ปกติที่อยู่รอบ ๆ วิธีการรักษานี้ต่างจากการฉายรังสีเอกซ์เพื่อการทำรังสีรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน เนื่องจากการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ไม่ได้ใช้กัมมันตรังสีและไม่เป็นอันตรายต่อคนไข้

การรักษาด้วยวิธีนี้เป็นการรักษาแบบองค์รวมที่สำคัญและเป็นที่นิยมแพร่หลาย เพราะมีความเสี่ยงต่ำกว่าการใช้ยาเคมีบำบัดอย่างมีนัยสำคัญ

มีงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งและการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่กว่า 20,000 งานทั่วโลก และนักวิทยาศาสตร์จำนวนมากเห็นว่าการใช้ความร้อนทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ได้กลายเป็นวิธีการหลักวิธีที่ 4 ในการรักษาโรคมะเร็ง วิธีการนี้ได้รับการอนุมัติจากสหภาพยุโรป และใช้กันอย่างแพร่หลายในคลินิกรักษาโรคมะเร็งในทวีปยุโรป

 …

คุณสตีเวนเอาชนะโรคมะเร็งร้ายด้วยวิธีการรักษาแบบองค์รวม

คณสตีเวนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งเซลล์อะซินิก ซึ่งเป็นโรคมะเร็งชนิดหายากที่เกิดขึ้นที่ต่อมน้ำลาย และโชคร้ายที่มะเร็งแพร่กระจายไปที่ตับ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่คุณสตีเวนได้เริ่มการรักษาโรคมะเร็งแบบองค์รวมที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์เป็นครั้งแรก ก็ไม่พบการทำงานของเซลล์มะเร็งในเนื้องอก ซึ่งหมายความว่ามะเร็งได้หายไปแล้ว

ตั้งแต่คุณสตีเวนเข้ารับการรักษาครั้งล่าสุดช่วงปลายปี 2016 เขาได้มารับการรักษาด้วยการใช้เซลล์เดนไดรติกอาทิตย์ละครั้ง ร่วมกับการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดและวิธีการแบบการแพทย์แผนปัจจุบัน

เซลล์อะซินิกคืออะไร

โรคมะเร็งเซลล์อะซินิกเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำลายพาโรติด จัดเป็นเนื้องอกชนิดหายากที่พบได้เพียงร้อยละ 10 ของเนื้องอกต่อมน้ำลาย เนื้องอกชนิดนี้เป็นมะเร็งที่มีความรุนแรงต่ำ และมีความแตกต่างหลากหลายมาก ผู้หญิงป่วยเป็นโรคเนื้องอกต่อมน้ำลายมากกว่าผู้ชาย และอายุเฉลี่ยที่พบโรคเนื้องอกต่อมน้ำลายทุกชนิดคือวัยประมาณ 44 ปี

Acinic Cell Cancer Infographic

 

สาเหตุของโรคเนื้องอกต่อมน้ำลาย

แม้โรคเนื้องอกต่อมน้ำลายจะยังมีสาเหตุที่ไม่แน่ชัด แต่ก็มีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ได้แก่ การสูบบุหรี่ พันธุกรรม การติดเชื้อไวรัส การผลิตยาง อุปกรณ์ท่อประปา และงานไม้บางชนิด ตลอดจนการทำเหมืองแร่ใยหิน และการสัมผัสกับส่วนประกอบของนิกเกิล ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีมีเพียงประการเดียวก็คือ รังสีก่อประจุ

สถานที่ทำงานที่มีการสัมผัสกับสารกัมมันตรังสีก็อาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำลาย และบางครอบครัวมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติที่จะป่วยเป็นโรคมะเร็งชนิดนี้แต่ก็เป็นกรณีที่หาได้ยาก

สิ่งที่คุณควรถามแพทย์เกี่ยวกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งในผู้ชาย

การตรวจเลือดหาสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) ช่วยให้ตรวจพบโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งในระยะนี้มะเร็งจะเกิดขึ้นที่ต่อมลูกหมากเท่านั้น และสามารถตรวจพบได้ด้วยการตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากแล้ว ผู้ป่วยมักรู้สึกวิตกกังวลกับผลการตรวจและการรักษา

สิ่งสำคัญคือผู้ป่วยควรปรึกษาทีมแพทย์เมื่อได้รับการวินิจฉัยโรค ทั้งก่อนที่จะพิจารณาแผนการรักษา ระหว่างทำการรักษา และหลังการรักษา

ผู้ป่วยอาจถามแพทย์ด้วยคำถามต่อไปนี้

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรก

  • คุณป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะใด มีค่าผลชนิดของเซลล์มะเร็งพร้อมทั้งระดับความผิดปกติของเซลลมะเร็ง (Gleason score) เท่าใด และค่าระดับนี้หมายความว่าอย่างไร
  • มะเร็งต่อมลูกหมากจะแพร่กระจายไปยังที่ใด
  • จะมีการทดสอบใดก่อนที่จะพิจารณาทางเลือกในการรักษาบ้าง
  • คุณมีโอกาสหายขาดจากโรคมะเร็งมากน้อยเพียงใด

หากคุณกำลังวางแผนการรักษา

  • ณ เวลานี้คุณสามารถเลือกที่จะติดตามอาการโรคอย่างใกล้ชิดได้หรือไม่ เพราะเหตุใด
  • คุณเลือกวิธีผ่าตัดหรือรังสีรักษาหรือไม่ เพราะเหตุใด
  • คุณมีสามารถเลือกการรักษาแบบใดได้บ้าง เพราะเหตุใด
  • ผลข้างเคียงจากการรักษามีอะไรบ้าง
  • คุณจะมีภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่หลังการผ่าตัดหรือไม่ และจะมีภาวะนี้นานเท่าใด
  • คุณจะจัดการกับภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ขณะเดินทางได้อย่างไร
  • คุณมีเวลานานเท่าใดว่าจะตัดสินใจรับการรักษาหรือไม่
  • คุณควรเตรียมตัวสำหรับการรักษานี้อย่างไรบ้าง
  • การรักษาใช้เวลานานเท่าใด และการรักษาจะเป็นอย่างไรบ้าง
  • หลังการรักษามีโอกาสที่โรคจะกลับมาอีกมากน้อยเพียงใด
โรคมะเร็งระบบสืบพันธุ์ของผู้ชาย

โรคมะเร็งเกิดจากการที่เซลล์ผิดปกติเจริญเติบโตจนควบคุมไม่ได้ในอวัยวะส่วนหนึ่งในร่างกาย ซึ่งเป็นผลจากการแบ่งตัวของเซลล์ที่ผิดปกติ มะเร็งสามารถเจริญเติบโตในส่วนใดของร่างกายก็ได้ ไม่เว้นแม้ส่วนที่เราไม่อาจพูดถึงในที่สาธารณะ เช่น อวัยวะสืบพันธุ์ของผู้ชาย

 

มะเร็งอัณฑะ

อัณฑะของผู้ชายจะอยู่ในถุงอัณฑะซึ่งห้อยอยู่ใต้องคชาติ อวัยวะเหล่านี้ทำหน้าที่ผลิตตัวอสุจิและควบคุมฮอร์โมนเพศชาย โรคมะเร็งอัณฑะกว่าร้อยละ 90 เริ่มเกิดขึ้นที่เซลล์สืบพันธุ์ซึ่งผลิตตัวอสุจิ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ชายอายุ 18-45 ปี โดยมีอายุเฉลี่ยประมาณ 33 ปี

โรคมะเร็งอัณฑะระยะต้น ๆ จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเจ็บปวดไม่สบาย มีก้อนเนื้อ เกิดอาการบวม และรู้สึกปวดท้องส่วนล่าง

สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาประมาณการว่า ผู้ชายชาวอเมริกัน 1 ใน 263 คนมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้ แต่เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคแล้วมักมีโอกาสรอดชีวิตสูง และการรักษามักได้ผลดี

 

มะเร็งองคชาต

โรคมะเร็งองคชาตมีหลายแบบ สมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริการายงานว่าโรคมะเร็งองคชาติส่วนใหญ่เกิดขึ้นที่เซลล์ผิวหนังที่มีรูปร่างแบนที่หนังหุ้มปลายองคชาติ เซลล์ผิวหนังเหล่านี้ยังพบได้ที่ส่วนต้นขององคชาต ซึ่งเรียกว่า ต่อม

ชาวนิวซีแลนด์ต่อสู้กับโรคมะเร็งด้วยวิธีการรักษาแบบองค์รวม

โคลินเป็นชาวนิวซีแลนด์วัย 58 ปี เขาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากซึ่งเป็นโรคที่พัฒนาอย่างช้า ๆ ค่อยเป็นค่อยไปและพบเฉพาะในผู้ชาย โคลินได้รู้จักการรักษาด้วยวิธีการแบบองค์รวมและคลินิกเวอริต้า ไลฟ์จากลูกพี่ลูกน้องที่ฮ่องกง จึงตัดสินใจจัดกระเป๋าและเดินทางมาที่กรุงเทพฯ เพื่อรับการรักษา

โคลินได้เข้าโปรแกรมการรักษาแบบครบวงจรเป็นเวลา 3 สัปดาห์ที่เมืองไทย โดยได้รับการฉีดสารเคอร์คูมิน วิตามินซี และกรดอัลฟาไลโปอิก เขาประทับใจเป็นอย่างมากที่การรักษาไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เลย

ผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากกล่าวถึงการรักษาแบบองค์รวม

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากคืออะไร

โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมักพัฒนาไปอย่างช้า ๆ จนอาจทำให้ไม่มีอาการแสดงใด ๆ เลยแม้คุณจะเป็นโรคนี้มาเป็นเวลาหลายปีแล้ว

โรคนี้มักแสดงอาการต่อเมื่อต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่จนมีผลต่อการทำงานของท่อปัสสาวะ (คือท่อที่ส่งปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะมายังองคชาต)

เมื่อคุณป่วยเป็นโรคนี้ อาการที่สังเกตได้คือ ปัสสาวะบ่อย รู้สึกปวดขณะถ่ายปัสสาวะ และรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด

สาเหตุของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงบางอย่างก็ทำให้คุณมีโอกาสป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น

เมื่อคุณอายุมากขึ้น ก็มีเสี่ยงที่จะเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้นเช่นกัน โรคนี้มักเกิดขึ้นกับผู้ชายวัย 50

เดือนแห่งการรณรงค์เรื่องโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

แคมเปญเดือนแห่งการรณรงค์ต่อต้านโรคมะเร็งต่อมลูกหมากจัดขึ้นทุกปีในเดือนพฤศจิกายน เพื่อสร้างความตระหนักถึงภัยของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก รณรงค์วิธีป้องกันโรค และให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยโรคนี้หรือผู้ที่รู้จักคนที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
การศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ชาย 1 ใน 7 คนจะป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก โรคนี้พบมากในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 40 ปีและอาจมีอาการรุนแรงได้ อย่างไรก็ตาม โรคนี้พัฒนาไปช้ามากและมักไม่มีอาการที่สังเกตได้ มีผู้ชายสูงอายุจำนวนมากที่เสียชีวิตลง และทราบว่าเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากก็เมื่อทำการชันสูตรศพ
โรคมะเร็งต่อมลูกหมากไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดเช่นเดียวกับโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ ปัจจัยเสี่ยงที่มีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดที่มีพัฒนาการของโรคช้าก็คือ ประวัติการเจ็บป่วยของครอบครัว อายุ เชื้อชาติ ยุคสมัย และในบางกรณีตำแหน่งที่อยู่อาศัยก็อาจมีส่วนเช่นกัน ส่วนโรคชนิดที่มีอาการรุนแรงมีปัจจัยเสี่ยงคือ การสูบบุหรี่ ภาวะอ้วน และวิถีชีวิตที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
ทางเลือกในการรักษาที่ใช้กันมากที่สุดสำหรับผู้ชายที่ป่วยเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้แก่ การผ่าตัด และการใช้ยาเคมีบำบัด อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยจำนวนมากกำลังมองหาทางเลือกในการรักษาที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันน้อยกว่า และมีผลข้างเคียงน้อยกว่า
ที่คลินิกเวอริต้า ไลฟ์ เราให้บริการรักษาแบบองค์รวมหลากหลายวิธี เพื่อเจาะจงออกฤทธิ์ต่อเซลล์มะเร็งโดยตรง และเสริมสร้างความแข็งแรงของระบบภูมิคุ้มกันไปพร้อม …

อาการของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีอะไรบ้าง?

ต่อมลูกหมากอยู่ที่ส่วนคอของกระเพาะปัสสาวะ และอยู่บริเวณโดยรอบของท่อปัสสาวะซึ่งเป็นท่อที่ทำหน้าที่ลำเลียงปัสสาวะจากกระเพาะปัสสาวะ หน้าที่หลักของต่อมลูกหมากคือ ผลิตน้ำอสุจิ หรือของเหลวที่ประกอบด้วยสเปิร์มนั่นเอง ดังนั้นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากจึงพบในผู้ชายเท่านั้น และเป็นโรคที่เกิดจากการเติบโตของเซลล์ที่ผิดปกติในต่อมลูกหมาก โรคมะเร็งต่อมลูกหมากจะแสดงอาการต่อเมื่อโรคได้พัฒนาไปมากแล้ว เช่นเดียวกับโรคมะเร็งส่วนใหญ่ ดังนั้นเราจึงควรใส่ใจและระมัดระวังเรื่องสุขภาพอยู่เสมอ โดยไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป

อาการของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว โรคมะเร็งต่อมลูกหมากมักไม่มีอาการในช่วงระยะแรก ๆ ผู้ป่วยอาจมีปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะซึ่งอาจมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป โดยอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดที่เกิดขึ้นเฉพาะที่ ปัญหาการขับถ่ายปัสสาวะอาจหมายรวมถึงอาการขับถ่ายปัสสาวะลำบาก และปัสสาวะไม่พุ่ง อาการปัสสาวะบ่อย (เช่น ทุก 2 ชั่วโมง) แสบขัดขณะปัสสาวะและรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนในระยะแรกของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้เช่นกัน บางรายอาจรู้สึกปวดปัสสาวะมากจนเข้าห้องน้ำไม่ทัน ก็เป็นอาการแสดงเบื้องต้นที่ควรสังเกต นอกจากนี้หากมีปัสสาวะไหลซึมแม้จะปัสสาวะเสร็จแล้ว และรู้สึกปวดขณะปัสสาวะ ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคมะเร็งที่ร้ายแรงที่สุดสำหรับผู้ชายชนิดนี้ได้เช่นกัน ส่วนอาการเลือดออกในปัสสาวะเป็นอาการแทรกซ้อนในทางเดินปัสสาวะที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก
หากมีอาการหลายอย่างร่วมกันอาจเกิดจากภาวะอาการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เช่น ต่อมลูกหมากอักเสบ (คืออาการต่อมลูกหมากบวมและอักเสบ) …

อาการของโรคมะเร็งผิวหนัง

โรคมะเร็งผิวหนังเกิดจากเซลล์ผิวหนังที่ผิดปกติเติบโตแบบไม่สามารถควบคุมได้ หากคนที่มีผิวสีอ่อนถูกรังสียูวีนานเกินไปก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้ อย่างไรก็ตามโรคมะเร็งผิวหนังสามารถเกิดกับผิวบริเวณที่ไม่ได้สัมผัสแสงแดดได้ และคนที่มีผิวสีเข้มก็อาจเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน แต่มีความเสี่ยงน้อยกว่า โดยเซลล์ผิวหนังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง เพิ่มจำนวนทวีคูณอย่างรวดเร็ว และก่อตัวเป็นเนื้องอกชนิดเนื้อร้ายได้
โดยทั่วไปแล้วโรคมะเร็งผิวหนังแบ่งออกเป็นชนิดเมลาโนมา และชนิดที่ไม่ใช่เมลาโนมา โดยมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมามักจะเป็นที่รู้จักมากกว่า แต่ก็พบได้น้อยกว่า การพิจารณาอาการโรคมะเร็งผิวหนังจำเป็นต้องคำนึงถึงความแตกต่างของมะเร็งทั้งสองชนิดนี้ด้วย ทั้งนี้โรคมะเร็งผิวหนังเป็นมะเร็งที่พบได้มากที่สุด

โรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา

โรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมามีความร้ายแรงที่สุดในบรรดามะเร็งผิวหนังทั้งสองชนิด และเกิดขึ้นในเซลล์ผิวหนังที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีซึ่งจะอยู่ในชั้นล่างสุดของผิวชั้นหนังกำพร้า จึงมีโอกาสกระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกายได้มาก โรคมะเร็งผิวหนังชนิดนี้มักทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไฝหรือผิวหนังบริเวณที่มีเม็ดสีมาก หากพบว่าผิวหนังมีรูปร่างผิดปกติ และมีสีฟ้าอมแดงหรือสีขาว ควรรีบปรึกษาแพทย์ นอกจากนี้เมลาโนมายังอาจเกิดในบริเวณที่ไม่ค่อยถูกแสงแดดได้อีกด้วย รอยโรคสีเข้มที่ปลายนิ้วมือหรือนิ้วเท้า ฝ่ามือ และฝ่าเท้าอาจเป็นอาการของโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเมลาโนมา
ส่วนโรคมะเร็งผิวหนังชนิดที่ไม่ใช่เมลาโนมา (มีความรุนแรงน้อยกว่าชนิดเมลาโนมา) มักเกิดบริเวณผิวชั้นบนและสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบและรักษาตั้งแต่ระยะแรก ๆ อย่างไรก็ตามคนไข้จะต้องคอยสังเกตสัญญาณของโรคไปตลอดชีวิตเนื่องจากมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก คุณจึงควรสังเกตระดับสีและโทนสีผิวปกติของตนเอง และคอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ อาการของโรคมะเร็งผิวหนังชนิดนี้ ได้แก่ การเกิดจุดบนผิวหนัง และอาการปวดที่เกิดขึ้นนานกว่า 4 สัปดาห์ ผิวมีอาการคัน …

อาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร: สิ่งที่ควรรู้

โรคมะเร็งกระเพาะอาหารเป็นโรคมะเร็งชนิดที่ทำให้เกิดอาการไม่สบายทางกายรุนแรงมากที่สุด หากจะเปรียบเทียบก็นับว่าใกล้เคียงกับอาการที่เกิดจากการรักษาด้วยยาเคมีบำบัดเลยทีเดียว

สัญญาณเตือนแรกที่ควรระวังก็คืออาการเบื่ออาหารซึ่งมักเป็นอาการที่คนมักไม่ค่อยใส่ใจ เพราะส่วนใหญ่คนเราทุกคนมักเคยเบื่ออาหาร และอาการนี้มักหายไปเองภายใน 1-2 วัน แต่หากคุณมีอาการเบื่ออาหารเรื้อรัง ก็อาจเป็นสัญญาณของโรคร้าย
อาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารที่ไม่ควรมองข้าม ได้แก่ อาการปวดท้อง หรือไม่สบายท้องเรื้อรัง ปกติแล้วอาการปวดท้องจากอาหารมักหายได้เองภายใน 48 ชั่วโมง แต่หากมีอาการปวดนานกว่านี้ก็ควรรีบไปปรึกษาแพทย์โดยทันที แม้คนส่วนใหญ่มักคิดว่าอาการปวดท้องเกิดจากโรคกระเพาะอาหาร แต่ก็ควรใส่ใจภาวะที่เกิดขึ้นจากความไม่สมดุลของร่างกายด้วย
โดยทั่วไปแล้วอาการท้องอืดมักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารมื้อใหญ่ แต่หากคุณรู้สึกท้องอืดหลังจากที่รับประทานอาหารมื้อเล็ก ๆ ก็ควรจะสังเกตว่ามีอาการอื่น ๆ ของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเกิดร่วมด้วยหรือไม่

อาการอาเจียนเป็นเลือดหรือมีเลือดปนในอุจจาระมักทำให้คนทั่วไปตื่นตัวที่จะรีบรักษา เพราะเป็นอาการที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่ากระเพาะอาหารมีความผิดปกติ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการบ่งชี้ของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
ส่วนใหญ่แล้วอาการกลืนอาหารลำบากมักไม่ทำให้คนคิดว่าเป็นปัญหาสุขภาพ แต่หากมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย ก็ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด เพราะอาจเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร
อาการอาหารไม่ย่อยอาจไม่ได้เป็นอาการของโรคมะเร็งกระเพาะอาหารเสมอไป แต่ก็ควรไปพบแพทย์เพื่อลดความวิตกกังวลว่าอาจเป็นโรคนี้

เมื่อร่างกายอ่อนแอลงจากอาการโรคทั้งหมดที่เกิดขึ้น ย่อมทำให้รู้สึกอ่อนเพลียหมดพลัง…

อาหารต้านมะเร็งที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

เราจะช่วยคุณได้อย่างไร

คลินิกเวอริต้า ไลฟ์มีครัวปรุงอาหารเป็นของตนเอง และมีทีมแพทย์ นักโภชนาการ และเชฟที่จะช่วยกันออกแบบโปรแกรมอาหารเพื่อช่วยให้ร่างกายของคุณมีสุขภาพที่แข็งแรง เชฟของเราได้รับการฝึกอบรมอย่างดี นักโภชนาการของเราเชี่ยวชาญการจัดอาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง และโปรแกรมอาหารที่ออกแบบเฉพาะบุคคลก็จะทำให้คุณได้อิ่มอร่อยและมีสุขภาพที่ดี

อาหารที่คุณรับประทานเป็นพื้นฐานของการมีสุขภาพกายและใจที่ดี สิ่งสำคัญคือการทำให้คนไข้รู้สึกว่ากำลังฟื้นฟูสุขภาพร่างกาย ไม่ใช่เพียงแต่รักษาโรคมะเร็ง

และผู้ที่มีกำลังใจดีก็จะฟื้นฟูสุขภาพได้เร็วกว่าเสมอ

อาหารต้านมะเร็งที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

อาหารคือชีวิต นี่เป็นคำกล่าวยอดนิยมที่เป็นหัวใจสำคัญของการแพทย์แบบองค์รวม เรารักษาโรคมะเร็งโดยมีอาหารเป็นปัจจัยสำคัญและจะไม่ใช้วัตถุดิบใดที่ร่างกายกำจัดออกไม่ได้ อาหารยังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการที่ทำให้เรามีพลังงาน สามารถทำงานได้ และต่อสู้กับโรคได้

เราใช้อาหารเกษตรอินทรีย์ซึ่งมาจากหลักการที่ว่าร่างกายเราสามารถปรับตัวได้ดีกว่ามะเร็งที่อาศัยอยู่ในร่างกายเสียอีก เซลล์มะเร็งได้รับพลังงานจากน้ำตาลเช่นเดียวกับร่างกายของเรา ซึ่งหมายความว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงจะทำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมกับการพัฒนาของมะเร็งและการเติบโตของเนื้องอก

 

Verita Life - Contact a Specialist banner

 

เหตุใดจึงควรเลือกอาหารต้านมะเร็งที่ออกแบบเฉพาะบุคคล

การหันมารับประทานอาหารเกษตรอินทรีย์เป็นการบังคับร่างกายให้หาแหล่งพลังงานอื่นทดแทน เนื่องจากระดับน้ำตาลที่คนไข้ได้รับจากการรับประทานอาหารจะไม่เพียงที่จะทำให้ร่างกายทำงานตามปกติ ร่างกายจึงเริ่มสร้างสารคีโตนจากกรดไขมันที่ผ่านกระบวนการจากตับ

เซลล์มะเร็งไม่สามารถนำสารคีโตนไปใช้ได้ ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งไม่มากเท่าในสภาวะปกติ ส่งผลให้เนื้องอกทำงานน้อยลงและถูกทำลายได้ง่ายขึ้น เมื่อรักษาด้วยวิธีการนี้ควบคู่ไปกับการรักษาแบบองค์รวม ก็จะทำให้ร่างกายสามารถทำงานตามปกติได้ และทำให้มะเร็งขาดสารอาหารและไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้

 

 …

We are ready to help. Send us an enquiry

CONTACT US
Verita Life Bangkok Travel Advisory
Read More